โครงการเป็น Low Rise Condominium สูง 8 ชั้น 6 อาคาร มีทั้งหมด 794 ยูนิต และอาคารจอดรถแยกอีก 2 อาคาร ตั้งอยู่บน ถ.สุขุมวิท ใน ซอยสุขุมวิท 101/1 ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี (3.3 กม.) และสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่กำลังจะเกิดขึ้น สถานีสวนหลวงร.9 (1.6 กม.)
อีกทั้งยังใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษบูรพาวิถี สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายทีเดียวค่ะ
ส่วนรายละเอียดของโครงการนี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง เชิญติดตามอ่านต่อกันด้านล่างได้เลยค่ะ
ชื่อโครงการ
ดิ เอสเคป สุขุมวิท 101/1 – THE ESCAPE CONDOMINIUM SUKHUMVIT 101/1
เจ้าของโครงการ
แซนด์ แอนด์ สโตน
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
1 Bedroom A / 32.5 – 34.5 ตร.ม.
1 Bedroom B / 41.5 – 45.5 ตร.ม.
2 Bedrooms / 51.19 – 60.99 ตร.ม.
เนื้อที่ทั้งหมด
10 ไร่ 3 งาน 95 ตร.ว.
จำนวนตึก
6 อาคาร A – F
จำนวนชั้น
8 ชั้น
จำนวนห้อง
794 ยูนิต
ที่จอดรถทั้งหมด
570 คัน
โซน
บางจาก , พระโขนง , สุขุมวิท
ขนส่งสาธารณะ
2, 23, 25, 38, 45, 46, 48, 98, 116, 132, 133, 145, 180, 206, 207, 519, 558รถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี
รถโดยสารที่ผ่าน
รถ 2 แถว พระโขนง – วัดทุ่ง – พาราไดซ์ พาร์ค
ที่ตั้ง
ซอยสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
กำหนดการ
อาคาร A, B, C และ D สร้างเสร็จแล้ว
ปีที่สร้างเสร็จ
พ.ศ.2561 ครบทุกอาคาร
ราคา
เริ่มต้น 1.33 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม
40,000 บาท
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า : 6.4 กม.
เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช : 5.5 กม.
ตลาดเอี่ยมสมบัติ : 4.2 กม.
ซีคอนแสควร์ : 4.8 กม.
ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ : 2.6 กม.
พาราไดซ์ พาร์ค : 3.1 กม.
โรงเรียนนราทร : 1.8 กม.
โรงเรียนวัดวชิรธรรมสาธิต : 800 ม.
วัดวชิรธรรมสาธิต : 350 กม.
โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต : 950 กม.
วัดธรรมมงคล : 3.4 กม.
ตลาดพรชัย : 1.4 กม.
ตลาดอุดมสุข : 3.6 กม.
ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค : 6.1 กม.
สนามกีฬา และสนามกอล์ฟราชนาวี บางนา : 5.6 กม.
เซ็นทรัลบางนา : 2.8 กม.
บิ๊กซี สาขาบางนา : 2.9 กม.
รพ.ไทยนครินทร์ : 3.3 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
– สระว่ายน้ำระบบเกลือ
– ฟิตเนส
– สวนพักผ่อน
– อาคารจอดรถ 2 อาคาร รวมจอดรถได้ 570 คัน
– เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.
– Key card
– CCTV
จุดเด่นของโครงการ
– เดินทางสะดวก อยูในทำเลที่สามารถเข้าออกได้หลายทาง
– ที่จอดรถมากพอสมควร
คอนโด BTS อุดมสุข / คอนโดติดรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข
คอนโดใกล้ BTS อุดมสุข
::: ที่ตั้งโครงการ :::
ซอยสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
พิกัด : 13.687794, 100.635090
แผนที่จากทางโครงการ
โครงการ The Escape สุขุมวิท 101/1 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 6 อาคาร ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 101/1 ทำเลย่านที่พักอาศัยออกมาจากตัวเมืองเพียงเล็กน้อย ตัวโครงการถูกรายล้อมไปด้วยหมู่บ้าน, บ้านพักอาศัยส่วนตัว, คอนโดมิเนียม, อาคารพาณิชย์, และตึกแถว ซึ่งส่วนมากจะเป็นอาคารแบบ Low Rise Building ตรงข้ามกับตัวโครงการเองจะเป็นหมู่บ้านพรไพลิน ซึ่งโครงการ The Escape สุขุมวิท 101/1 ก็อยู่ในสังกัดบ้านพรไพลินเช่นเดียวกันค่ะ
ในซอยสุขุมวิท 101/1 นี้ก็มีความคึกคักอยู่พอสมควร เนื่องจากเป็นย่านของที่พักอาศัย จึงมีร้านอาหาร, ตลาด และร้านสะดวกซื้อเรียงรายอยู่ตลอดแนว นอกจากนั้น จากซอยนี้เราสามารถใช้ทางลัดซอกแซกไปเข้าถนนใหญ่สายสำคัญได้หลายเส้น ทั้งถนนอ่อนนุช, ถนนอุดมสุข และถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในละแวกนั้น เช่น ซีคอนแสควร์, พาราไดซ์ พาร์ค, เซ็นทรัลบางนา, บิ๊กซีบางนา, บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า, และเทสโก้ โลตัส ในอนาคตก็จะมีห้าง Bangkok Mall มาเปิดตรงแยกบางนา เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้ไปเดินเล่นช้อปปิ้งกันได้
จากบริเวณที่ตั้งโครงการสามารถเข้าตัวเมืองได้ไม่ยาก เพราะสามารถใช้ถนนเส้นสุขุมวิทวิ่งยาวเข้าไปถึงตัวเมืองได้เลย หากจะออกจากเมืองไปทางชลบุรี ก็สามารถใช้ถนนเส้นบางนาตราด และทางพิเศษบูรพาวิถี หรือหากจะไปทางสมุทรปราการ ก็สามารถใช้ถนนเส้นศรีนครินทร์ได้ค่ะ
การเดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ เราสามารถเข้าสู่ตัวโครงการจากถนนใหญ่สายสำคัญได้หลายเส้นทางดังนี้
ถนนสุขุมวิท สามารถเข้าสู่ตัวโครงการได้จากทางซอยสุขุมวิท 101/1 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดทุ่ง
ซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) สามารถเข้าสู่ตัวโครงการได้จากซอยอ่อนนุช 46 แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยวัดทุ่ง และซอยอ่อนนุช 44 มาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 101/1 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดทุ่ง
ถนนศรีนครินทร์ สามารถเข้าสู่ตัวโครงการได้จากทางซอยศรีนครินทร์ 38, ซอยศรีนครินทร์ 40 และซอยศรีนครินทร์ 42 มาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอ่อนนุช 46 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดทุ่ง
ถนนบางนา – ตราด สามารถเข้าสู่ตัวโครงการได้จากทางซอยบางนา – ตราด 21 เพื่อเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) และเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอุดมสุข 51 แล้ววิ่งตรงไปเข้าซอยวัดทุ่ง
:: สรุปแยก และถนนใกล้เคียงที่สำคัญ ::
แยกอ่อนนุช : 6.4 กม.
แยกพระโขนง : 7.5 กม.
ถนนสุขุมวิท : 2.6 กม.
ซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) : 2.4 กม.
แยกศรีนุช : 4.00 กม.
ถนนศรีนครินทร์ : 1.6 กม.
แยกอุดมสุข : 2.00 กม.
แยกศรีนครินทร์ : 4.5 กม.
ซอยสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) : 1.05 กม.
ถนนบางนา – ตราด : 2.55 กม.
แยกบางนา : 3.5 กม.
แยกสรรพาวุธ : 5.9 กม.
:: จุดขับรถขึ้นทางด่วน ::
จากโครงการ หากต้องการไปทางพระราม 4 สามารถขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครได้ที่ด่านเก็บเงิน 3 ด่าน คือ ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษสุขุมวิท 62, ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษบางนา และด่านเก็บเงินบางนา แต่แนะนำให้ขึ้นที่ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษสุขุมวิท 62 จะได้ไม่อ้อม โดยวิ่งออกมาทางซอยสุขุมวิท 101/1 เพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิท แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 62 ค่ะ
หากต้องการไปทางชลบุรี สามารถขึ้นทางพิเศษบูรพาวิถีได้โดยออกมาทางซอยอุดมสุข 51 เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเชลียง 1 เพื่อเข้าซอยบางนา – ตราด 15 แล้วเลี้ยวซ้ายออกทางคู่ขนานบางนา – ตราด จากจุดนี้ให้วิ่งชิดขวาเพื่อขึ้นทางพิเศษบูรพาวิถีค่ะ
::: สถานที่สำคัญใกล้เคียง :::
นับได้ว่าตัวโครงการถูกรายล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ในระยะคนเดิน จะมีตลาด ร้านค้า และร้านสะดวกซื้อเรียงรายอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 101/1 และซอยวัดทุ่ง หรือในระยะที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ก็จะมีห้างสรรพสินค้ามากมายหลายแห่ง ให้เลือกเดินได้ไม่มีเบื่อ เอาไว้รองรับผู้คนจากทั้งในออฟฟิศ อพาร์ทเม้น คอนโด และบ้านพักอาศัยที่ขึ้นปะปนกันไป
บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า : 6.4 กม.
เทสโก้ โลตัส อ่อนนุช : 5.5 กม.
ตลาดเอี่ยมสมบัติ : 4.2 กม.
ซีคอนแสควร์ : 4.8 กม.
ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ : 2.6 กม.
พาราไดซ์ พาร์ค : 3.1 กม.
โรงเรียนนราทร : 1.8 กม.
โรงเรียนวัดวชิรธรรมสาธิต : 800 ม.
วัดวชิรธรรมสาธิต : 350 กม.
โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต : 950 กม.
วัดธรรมมงคล : 3.4 กม.
ตลาดพรชัย : 1.4 กม.
ตลาดอุดมสุข : 3.6 กม.
ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค : 6.1 กม.
สนามกีฬา และสนามกอล์ฟราชนาวี บางนา : 5.6 กม.
เซ็นทรัลบางนา : 2.8 กม.
บิ๊กซี สาขาบางนา : 2.9 กม.
รพ.ไทยนครินทร์ : 3.3 กม.
(ระยะทางวัดจากการเดินทางโดยรถยนต์ สู่จุดหมาย โดยใช้ถนนเส้นที่ใกล้ที่สุด)
::: การเดินทางสู่ตัวโครงการ :::
:: การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ::
วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo ก็มีภาพการเดินทางไปสู่ตัวโครงการ The Escape สุขุมวิท 101/1 โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวมาให้ชมกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจากถนนพระราม 4 วิ่งผ่าน รพ.กล้วยน้ำไท และแยกกล้วยน้ำไท ไปเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิทที่แยกพระโขนง แล้วขึ้นสะพานข้ามคลองพระโขนง วิ่งตรงไปผ่านแยกอ่อนนุช จะเห็นเทสโก้ โลตัสอยู่ทางด้านขวามือ ให้วิ่งตรงมาอีกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 101/1 ให้วิ่งเข้าไปจนสุดซอย เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเพื่อเข้าซอยวัดทุ่ง ตรงไปอีกเพียง 100 เมตร ก็จะพบกับตัวโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือ
ถนนพระราม 4 > แยกพระโขนง > แยกอ่อนนุช > ถนนสุขุมวิท > ซอยสุขุมวิท 101/1 > ซอยวัดทุ่ง > The Escape สุขุมวิท 101/1
การเดินทางในวันนี้ เราจะเริ่มจากถนนพระราม 4 ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ
จากถนนพระราม 4 จะมาเจอถนนสุขุมวิทตรงแยกพระโขนง
เมื่อเข้าสู่ถนนสุขุมวิท วิ่งตรงไปเรื่อยๆ ทางซ้ายมือจะเป็นซอยสุขุมวิท 71
เมื่อขึ้นสะพานข้ามคลองพระโขนง ยังคงวิ่งตรงไปเรื่อยๆทางถนนสุขุมวิทนะคะ ทางซ้ายมือจะไปออกถนนกาญจนาภิเษก
เมื่อลงจากสะพานข้ามคลองพระโขนงแล้ว ยังคงวิ่งไปตามเส้นสุขุมวิทต่อ ทางซ้ายมือจะเข้าซอยสุขุมวิท 77 หรือถนนอ่อนนุชนั่นเอง
เมื่อวิ่งตรงตามถนนสุขุมวิทมาเรื่อยๆ จะมาเจอสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช
ถัดมาจะวิ่งมาเจอสถานีบางจาก
สุดท้ายจะวิ่งมาเจอสถานีปุณณวิถี ซึ่งจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ที่ใกล้กับโครงการ The Escape สุขุมวิท 101/1 มากที่สุด
พอวิ่งผ่านสถานีปุณณวิถีมาแล้วให้เตรียมชิดซ้ายนะคะ เพราะเราจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 101/1 กัน
จากถนนสุขุมวิท เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 101/1 มาแล้ว จะวิ่งตรงไปเรื่อยๆประมาณ 2.6 กิโลเมตร ทางด้านซ้ายมือจะมีจุดสังเกตคือ ปั๊มน้ำมัน Shell ให้วิ่งเข้าไปจนสุดซอย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดทุ่ง เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดทุ่งแล้วให้วิ่งตรงไปอีก 100 เมตร โครงการจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
เมื่อเราเลี้ยวซ้ายเข้ามาสู่ซอยสุขุมวิท 101/1 แล้ว ใหวิ่งตรงไปเรื่อยๆ ทางซ้ายมือจะเป็นปั๊มน้ำมัน Shell
เมื่อผ่านปั๊ม Shell มาแล้ว ทางด้านซ้ายมือจะเป็นซอยวชิรธรรมสาธิต 57 ให้วิ่งตรงผ่านไป สังเกตที่ทางข้างหน้าจะเป็นทางแยกระหว่างซอยวัดทุ่ง และซอยอุดมสุข 51
เมื่อขับผ่านปั๊ม Shell มาแล้วให้เตรียมเลี้ยวซ้ายเช้าซอยวัดทุ่ง ทางขวาจะเป็นซอยอุดมสุข 51 สามารถวิ่งออกถนนอุดมสุขได้
เมื่อเราเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดทุ่งมาแล้ว วิ่งตรงมาอีก 100 เมตร ก็จะพบกับตัวโครงการอยู่ทางซ้ายมือแล้วค่ะ ซึ่งทางเข้าทางนี้จะเป็นทางเข้าไปสู่ Sale Office นะคะ ประตูโครงการจริงๆจะต้องขับเลยไปอีกประมาณ 60 เมตร
ทางฝั่งซ้ายมือจะเป็น Sale Office ส่วนทางขวามือจะเป็น Max Value ค่ะ
:: การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ::
โครงการนี้อยู่ใกล้แนวเส้นรถไฟฟ้า 2 สายด้วยกันคือ สายสีเขียวเข้ม ช่วง BTS หมอชิต – แบริ่ง สถานีปุณณวิถี , ช่วงสถานีบางนา – สุวรรณภูมิ สถานีเซ็นทรัลซิตี้ (คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2665) และสายสีเหลือง ช่วง พัฒนาการ – สำโรง สถานีสวนหลวง (คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2663) โดยรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มนี้จะเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ สถานีศรีเอี่ยม
:: การเดินทางด้วยรถประจำทาง ::
บริเวณหน้าโครงการจะมีรถ 2 แถวสีแดงวิ่งผ่านอยู่ตลอด จะเป็นสาย พระโขนง – วัดทุ่ง – พาราไดซ์ พาร์ค แต่ภายในซอยสุขุมวิท 101/1 และซอยวัดทุ่งนี้จะไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านนะคะ การเดินทางหลักๆก็จะเป็นรถ 2 แถว รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเราจะสามารถไปต่อรถเมล์ได้ที่
ปากซอยฝั่งถนนสุขุมวิท ฝั่งตรงข้ามจะมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าธนาคาร ธกส. (สายที่ผ่าน : 2, 23, 25, 38, 45, 48, 98, 116, 132, 180)
ปากซอยอ่อนนุช 44 และ 46 ฝั่งถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) จะมีป้ายรถเมล์อยู่ที่หน้าปากซอยพอดี (สายที่ผ่าน : 519)
ปากซอยศรีนครินทร์ 42 ฝั่งถนนศรีนครินทร์ จะมีป้ายรถเมล์อยู่ตรงข้ามกับซีคอนแสควร์ (สายที่ผ่าน : 133, 145, 206, 207)
ปากซอยเชลียง 1 ฝั่งถนนบางนา – ตราด จะมีป้ายรถเมล์อยู่ที่หน้าปากซอยพอดี (สายที่ผ่าน : 2, 38, 45, 46, 48, 132, 180, 558)
::: บริเวณรอบโครงการ :::
บริเวณโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 3 ชั้น, ตึกแถว, คอนโด Low Rise, อาคารพาณิชย์, ร้านค้า, ร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ และตลาด ตลอดแนวทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงปั๊มน้ำมันด้วย บริเวณหน้าโครงการเองก็มี Max Value ขนาดใหญ่ที่เพรียบพร้อมไปด้วยอาหารสด และอาหารสำเร็จรูป โดยตัวโครงการจะตั้งอยู่บนซอยวัดทุ่ง ตรงข้ามกับหมู่บ้านพรไพลินค่ะ
ทิศเหนือ : ติดกับบ้านพักอาศัย สูงไม่เกิน 2 ชั้น
ทิศใต้ : ติดกับซอยสุขุมวิท 101/1 และคอนโดมิเนียม สูง 8 ชั้น
ทิศตะวันออก : ติดกับหมู่บ้านพรไพลิน และทาวน์โฮมสูง 2 ชั้น
ทิศตะวันตก : ติดกับบ้านพักอาศัย สูงไม่เกิน 3 ชั้น
เราจะมาเดินชมบริเวณรอบๆโครงการกันนะคะ จากภาพ เรากำลังอยู่ในซอยวัดทุ่ง เป็นบริเวณทางเข้าตัวโครงการ ซึ่งอยู่ถัดจาก Sale Office มาประมาณ 60 เมตร หันหน้าออกจากตัวโครงการ เราจะเดินไปทางซ้ายมือ ทางทิศเหนือกัน
ทางด้านซ้ายมือจะเป็นป้ายโครงการพอดี
ฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านพรไพลินค่ะ
มุมมองย้อนกลับไปทางทิศใต้
ทางฟุตบาทหน้าโครงการจะปลูกต้นไม้ไว้ทั้ง 2 ฟาก ดูร่มรื่นหน้าเดินดี
เดินตรงมาเรื่อยๆก็จะเริ่มเจอกับร้านอาหารแล้วละค่ะ ร้านแรกเป็นอาหารตามสั่ง
ถ้าอยากทานข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างก็มีเหมือนกัน
เดินตรงมาเรื่อยๆจะเจอซอยวชิรธรรมสาธิต 66
เลยมานิดนึงก็จะมีเซเว่นอยู่ตรงหัวมุมฝั่งตรงข้ามค่ะ
ทางฝั่งตรงข้ามก็มีร้านอาหารตามสั่งเรียงรายอยู่เต็มไปหมดเลย
หากใครทานเจ ก็สามารถมาซื้ออาหารเจแถวนี้ทานได้
ตรงนี้จะมีเต็นท์ที่เป็นศูนย์รวมของร้านค้าร้านเล็กๆอยู่หลายร้าน สามารถมาเดินเลือกซื้ออาหารกันที่นี่ก็ได้นะคะ
ถ้าหากเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ แถวนี้ก็มีคลีนิกเปิดให้บริการด้วย
เดินตรงต่อไปเรื่อยๆมองไปสุดซอย ก็จะเห็นวัดวชิรธรรมสาธิตอยู่ไกลๆแล้ว
ตรงนี้เป็นทางเข้าวัดวชิรธรรมสาธิตค่ะ ทางฝั่งซ้ายมือจะเป็นซอยวชิรธรรมสาธิต 69 ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นซอยวชิรธรรมสาธิต 78 ซึ่งจะเป็นซอยตัน
เราจะเข้ามาชมบรรยากาศภายในวัดกันหน่อยนะคะ
วัดนี้เป็นวัดที่สวยงาม และกว้างขวางมาก ว่าได้ว่าเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางจิตใจของชาวพระโขนง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์รับวัดทุ่งสาธิตไว้ในพระอุปถัมภ์ เป็นอารามหลวงได้พระราชทานนามว่า วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร
กลับมาที่หน้าโครงการ ตอนนี้เราอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับโครงการ หน้าหมู่บ้านพรไพลิน เดี๋ยวเราจะเดินย้อนกลับไปทางทิศใต้ฝั่งซ้ายมือกันค่ะ
มุมมองไปทางทิศเหนือฝั่งขวามือที่เราเพิ่งจะเดินไปกันมาเมื่อสักครู่นี้
มองไปทางทิศใต้ฝั่งซ้ายมือ เราก็จะเห็น Sale Office และ Max Value
ทางด้านซ้ายมือจะเป็น Sale Office ส่วนทางด้านขวามือจะเป็น Max Value
Max Value สาขานี้ น่าจะเป็นร้านฝากท้องร้านหลักของผู้อยู่ในโครงการนี้เลยก็ว่าได้ เพราะสะดวกที่อยู่หน้าตัวโครงการพอดี
Max Value สาขานี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียวค่ะ มีทั้งอาหารสด อาหารปรุงสุกสำเร็จ อาหารสำเร็จรูป และของเครื่องใช้ที่ค่อนข้างจะครบครัน
เมื่อเดินออกมาจาก Max Value ตรงข้ามกันนี้จะเป็น Sale Office ของโครงการ
ถัดมาจาก Sale Office เพียงเล็กน้อยจะเป็นเขตก่อสร้างของโครงการ The Escape สุขุมวิท 101/1 นี้เอง ซึ่งตอนนี้กำลังลงเสาเข็มของอาคาร E และ F อยู่
ทางเข้าบริเวณเขตก่อสร้าง
เดินตรงไปเรื่อยๆ ข้างหน้าจะเข้าสู่ซอยอุดมสุข 51 เพื่อไปออกถนนอุดมสุข และทางขวามือจะเป็นซอยสุขุมวิท 101/1 เพื่อไปออกถนนสุขุมวิท
มุมมองย้อนกลับไปบริเวณทางแยก ทางฝั่งซ้ายมือจะเป็นซอยสุขุมวิท 101/1 ส่วนทางขวามือจะเป็นซอยวัดทุ่งค่ะ
::: ตัวโครงการ :::
โครงการ The Escape สุขุมวิท 101/1 เป็นคอนโด Low rise สูง 8 ชั้น จำนวน 6 อาคาร และอาคารจอดรถอีก 2 อาคาร บนพื้นที่ 10 – 3 – 95 ไร่ วางผังอาคารเป็นแนวยาวเข้าฝั่งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ – ตะวันตกเฉียงเหนือ ถนนทางเข้าหลักของโครงการมีความกว้าง 6 เมตร ซึ่งจะวนล้อมรอบตัวโครงการ อาคารทุกหลังจะใช้สีเอิร์ทโทนเป็นหลัก ตัดกับ Facade ที่มีสีสันสดใสเพิ่มลูกเล่นให้กับตัวอาคาร ระหว่างอาคารแต่ละอาคารจะถูกสอดแทรกด้วยพื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง คือสระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะ ห้องด้านหน้าชั้นล่างของอาคารแต่ละอาคารจะเป็นห้องซักรีด, ห้องปล่อยเช่าสำหรับร้านค้า และห้องรับรองสำหรับผู้อยู่อาศัย มีฟิตเนสอยู่ข้างหน้า ใกล้ทางเข้า – ออกของโครงการ โดยใช้พื้นที่อาคารร่วมกับ Max Value
ทั้งโครงการจะมียูนิตพักอาศัยทั้งหมด 794 ยูนิตด้วยกัน โดยแต่ละอาคารจะมีอยู่ประมาณ 130 ยูนิต/อาคาร
ส่วนพื้นที่จอดรถจะคิดเป็น 70% ของยูนิตพักอาศัยในโครงการ (ไม่คิดรวมการจอดแบบซ้อนคัน) ซึ่งถือว่าเพียงพอมากแล้ว
จากภาพ ยูนิตบริเวณแถบสีส้มจะเป็นยูนิตที่ร้อนมากที่สุด เพราะจะโดนแสงแดดในช่วงบ่ายซึ่งแดดจะค่อนข้างแรง ส่วนยูนิตบริเวณแถบสีเหลืองจะโดนแสงแดดในตอนเช้าซึ่งจะไม่มีปัญหาในเรื่องของความร้อนมากนัก ส่วนยูนิตที่อยู่บริเวณคอร์ทกลางระหว่างอาคารจะค่อนข้างโชคดีที่มีเงาของอาคารข้างหน้ามาเป็น Shade ทำให้เกิดร่มเงา ช่วยลดปัญหาด้านความร้อนไปได้ และคอร์ทระหว่างอาคารนี้เองจะเป็นช่องที่สามารถรับลมตามฤดูกาลจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ให้พัดพาความร้อนออกไป
:: แปลนอาคาร ::
รูปลักษณะของแปลนโครงการ A, B, C, D, E และ F จะมีลักษณะการจัดรูปแบบอาคารที่เหมือนกัน ที่ชั้น 1 ทางเข้าจะอยู่ทางด้านข้างของตัวอาคาร โดยมีห้องผู้ดูแลอาคารอยู่ด้านข้างบริเวณโถงทางเข้า ภายในอาคารจะถูกจัดรูปแบบห้องแบบ Double Corridor คือมีห้องเรียงไปตามโถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง โดยยูนิตริมสุดทางด้านซ้ายมือมุมซ้ายล่าง จะเป็นห้องแบบ 2 Bedrooms ตรงกลางจะเป็นยูนิตของห้องแบบ 1 Bedroom ทั้ง 2 แบบ ความพิเศษของยูนิตชั้น 1 นี้คือ สามารถเดินออกมาสู่สระว่ายน้ำ หรือสวนสาธารณะได้ทางระเบียงของห้อง ส่วนยูนิตทางด้านขวามือ 2 ห้องจะเป็นพื้นที่ปล่อยเช่าสำหรับร้านค้า พื้นที่ซักรีด และพื้นที่ที่ใช้รับรองของลูกบ้านค่ะ
ชั้น 2 – 8 ของอาคารจะมีการจัดแปลนอาคาร และรูปแบบห้องเช่นเดียวกับชั้น 1 แต่ต่างกันตรงที่ยูนิตริมสุดทางด้านขวาทั้ง 2 ยูนิตมือจะถูกเปลี่ยนมาเป็นห้องแบบ 2 Bedrooms
แปลนชั้น 1
แปลนชั้น 2
แปลนชั้น 3 – 5
แปลนชั้น 6 – 8
:: แบบห้องภายในโครงการ ::
ภายในโครงการจะมีรูปแบบห้อง One Bedroom และ Two Bedroom รวมกันทั้งหมด 3 รูปแบบดังนี้
ห้อง One Bedroom
One Bedroom A : 32.5 – 34.5 ตร.ม.
One Bedroom B : 41.5 – 45.5 ตร.ม.
ห้อง Two Bedrooms
Two Bedroom : 51.2 – 60.99 ตร.ม.
แบบห้อง One Bedroom A มีขนาด 32.5 – 34.5 ตร.ม. จะเป็นห้องเล็กที่สุดของโครงการ รูปแบบห้องคล้ายกับห้องแบบ Studio แต่มีการแบ่งพื้นที่ห้องนอน และห้องครัวออกเป็นสัดส่วน โถงทางเข้าหน้าห้องจะถูกเซ็ทเข้าไปจากโถงทางเดิน ทำให้ทางเข้าห้องดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น มองไปทางขวามือจะมีช่องว่างขนาดเล็ก สามารถเก็บของ หรือทำ Built – in เพิ่มเป็นชั้นวางรองเท้าได้ เมื่อเปิดประตูเข้าห้องมาแล้วจะเจอห้องน้ำอยู่ทางด้านซ้ายมือ และห้องครัวอยู่ทางด้านขวามือ ตรงไปจะเป็นประตูบานเลื่อนเข้าสู่ห้องนอน ซึ่งจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built – in ไว้ให้ทางด้านซ้ายมือ มองตรงออกไปจะเป็นระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้า ถึงห้องนี้จะเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ แต่ก็มีพื้นที่ห้องที่กว้างขวาง สามารถวางโต๊ะทำงาน ชุดทีวี – โซฟา และโต๊ะรับประทานอาหารได้อย่างลงตัว ไม่อึดอึด
แบบห้อง One Bedroom B มีขนาด 41.5 – 45.5 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเจอกับส่วนทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ทางด้านซ้ายมือจะเป็นห้องครัว และห้องน้ำ โดยมีบานเลื่อนกั้นส่วนครัวออกจากโถงทางเข้า ถัดมาบริเวณห้องนั่งเล่น มองออกไปจะเป็นระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้า และตากผ้า ในส่วนของห้องนอนนั้นจะถูกแบ่งออกอย่างเป็นสัดส่วนออกไปจากห้องนั่งเล่น
แบบห้อง Two Bedrooms มีขนาด 51.19 – 60.99 ตร.ม. ห้องนี้เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ ใช้โถงกลาง หรือห้องนั่งเล่น เป็นตัวแจกจ่ายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทางด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ และห้องครัว โดยส่วนรับประทานอาหารนั้นจะอยู่ภายในห้องครัวเลย ทางด้านขวามือจะมีโถงแจกเข้าห้องนอนทั้ง 2 ห้อง เพิ่มความรู้สึกที่เป็นส่วนตัว โดย Master Bedroom จะอยู่ฝั่งทางด้านนอกของตัวอาคาร ส่วนห้องนอนเล็กจะอยู่ติดกับโถงทางเดินภายในอาคาร
::: บริเวณภายในโครงการ :::
::ด้านหน้าโครงการ และป้อมยาม::
ทางเข้าตัวโครงการจะมีป้อมยามตั้งอยู่ ถนนทางเข้า – ออกของโครงการทั้ง 2 ด้านมีความกว้างประมาณ 6 เมตร โดยมีฟุตบาทจากซอยวัดทุ่งทอดยาวเข้าไปในตัวโครงการ ทั้ง 2 ข้างทางปลูกต้นไม้สูง บรรยากาศร่มรื่นดีค่ะ
บริเวณป้อมยามนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยระบบกั้นรั้วไม้กระดก ระบบ Key Card และกล้อง CCTV
เครื่องสแกน Key Card ก่อนเข้าโครงการ
ภายในโครงการจะมีถนนขนาดกว้าง 6 เมตรวิ่งโดยรอบ โดยจะมีวงเวียนตรงกลางเป็นตัวแจกไปยังอาคารต่างๆ ทางด้านซ้ายมือจะไปวนไปยังอาคาร D, E, F และอาคารจอดรถ PB ส่วนทางด้านขวามือจะวนไปทางอาคาร A, B, C และอาคารจอดรถ PA อาคารที่อยู่ด้านหน้าเราตอนนี้คือ อาคาร C
ที่ชั้น 1 อาคาร C นี้ยูนิตด้านหน้าทางซ้ายจะเป็นพื้นที่ปล่อยเช่าสำหรับร้านค้า ส่วนทางขวาจะเป็นห้องรับรองสำหรับลูกบ้าน สามารถใช้มานั่งเล่นกันได้
มุมมองทางด้านซ้ายมือ จะเป็นอาคาร D
มุมมองทางด้านขวามือจะเป็นอาคาร A, B และอาคารจอดรถ PA
:: อาคารจอดรถ ::
เราจะมาต่อกันที่อาคารจอดรถกันนะคะ อาคารจอดรถเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ถนนทางเข้า – ออกทั้ง 2 ฝั่งขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร
ด้านหน้าทางเข้าลานจอดรถจะมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วย ระบบไม้กระดก ระบบ Key Card และกล้อง CCTV
ด้านหลังอาคารจอดรถจะมีพื้นที่จอดรถสำหรับ จักรยานยนต์ และจักรยานให้ด้วย
ทางลาดของอาคารจอดรถมีขนาดที่ค่อนข้างกว้าง และไม่ลาดชันจนเกินไป
ถึงจะกว้างอย่างไรก็ควรจะขับรถด้วยความระมัดระวังกันนะคะ
ตรงนี้เป็นโถงลิฟท์ภายในอาคารจอดรถ ในส่วนนี้อาจจะยังไม่เรียบร้อยเท่าไหร่
ในส่วนของโถงบันไดก็มีแสงสว่างเข้าถึงได้ดี ไม่มืด และอับ
มุมมองย้อนกลับไปที่ทางออกจากโถงลิฟท์ และโถงบันไดของอาคารจอดรถ
มองไปทางฝั่งอาคารพักอาศัยกันบ้าง จะเห็นว่ามีถนนวิ่งอ้อมจากทางวงเวียนไปทางด้านหลังของตัวโครงการด้วย
ทางด้านข้างฝั่งขวามือของอาคาร A รถสามารถวิ่งอ้อมไปได้จนสุดถึงอาคารจอดรถ PB เลยค่ะ
มุมมองเข้าหาอาคาร A
มุมมองย้อนกลับไปทางด้านซ้าย
คราวนี้เราจะเดินกลับไปทางฝั่งซ้ายมือ ฝั่งอาคาร D, E, F และอาคารจอดรถ PB กันนะคะ
อาคารตรงหน้าเราตอนนี้คืออาคารจอด PB ซึ่งทางด้านซ้ายมือจะเป็น พื้นที่ก่อสร้างอาคาร E และ F ทางด้านซ้ายมือจะเป็นอาคาร D ข้างหน้าที่จะเดินไปทางอาคารจอดรถ PB นี้จะเป็นทางลดระดับ
มองไปทางด้านขวามือจะเป็นอาคาร D สามารถสังเกตได้ว่าระดับพื้นที่ตั้งแต่อาคารจอดรถ PB จะมีระดับต่ำกว่าพื้นที่บริเวณอาคาร A, B, C, D และ PA อยู่เกือบ 1 เมตร ซึ่งในอนาคตพื้นที่ทั้งหมดจะถูกปรับยกระดับให้สูงเท่ากัน และเชื่อมต่อกัน
มาต่อกันที่อาคารจอด PB กันนะคะ อาคารจอดรถ PB จะมีลักษณะการวางแปลน และรูปลักษณ์เช่นเดียวกับอาคารจอด PA มีความสูงที่ 9 ชั้นเช่นกัน
ด้านหน้าทางเข้าอาคาร จะมีระบบรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกับอาคารจอดรถ PA ถนนทางเข้า – ออกกว้าง 3 เมตร
ภายในอาคารจอดรถ PB ก็จะเหมือนกับอาคารจอดรถ PA เลยค่ะ
มุมมองย้อนกลับไปจากชั้นบน
มองไปทางเขตก่อสร้างด้านข้างจะเห็นว่า อาคาร E และ F กำลังเริ่มลงเสาเข็มกันแล้ว
บริเวณโถงลิฟท์ภายในอาคารจอดรถ PB อาจจะยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนะคะ ยังไม่เปิดใช้งานเลย
:: พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ::
พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ประกอบด้วย
Max Value หน้าโครงการ
สำนักงานนิติบุคคล
ห้องรับรองสำหรับลูกบ้าน
สระว่ายน้ำ : ขนาด 6 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร ระบบเกลือ สระเด็กลึก 60 ซม.
สวนสาธารณะ
ห้อง Fitness : เครื่องออกกำลังกาย 10 เครื่อง
ห้องMail Box, เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ และตู้น้ำดื่ม
ร้านซักรีด
ห้องน้ำ, ส่วนล้างตัว
ลิฟท์โดยสาร 1 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 130 : 1
Service Lift 1 ตัว
ที่จอดรถ 570 คัน (คิดเป็น 70% ของห้องพักอาศัย ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
ระบบ CCTV, Access Card Control
:: ห้องรับรอง ::
ห้องรับรองของลูกบ้านจะอยู่ในอาคาร C ชั้น 1 บริเวณด้านหน้าของอาคารฝั่งขวามือค่ะ
ด้านหน้าทางเข้าห้องรับรอง
ภายในห้องรับรองจะมีชุดโซฟา บริเวณนั่งอ่านหนังสือ และห้องน้ำในตัว ห้องดูสว่าง กว้างขวาง และโปร่งโล่ง ถูกตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีเอิร์ทโทนอ่อนๆ แบบง่ายๆ
ชุดโซฟาโทนสีแดงเลือดหมูถูกจัดวางไว้อยู่ข้างริมหน้าต่าง มองออกไปเห็นวิวต้นไม้ที่โครงการปลูกเอาไว้โดยรอบ
ทางด้านซ้ายมือคือห้องน้ำ ส่วนทางด้านขวามือคือมุมชั้นวางหนังสือ
:: สระว่ายน้ำ ::
มาดูสระว่ายน้ำกันต่อค่ะ ภายในโครงการจะมีสระว่ายน้ำทั้งหมด 3 สระ เป็นสระระบบเกลือ สระว่ายน้ำจะตั้งอยู่ระหว่างอาคาร A – B, C – D และ E – F บริเวณรอบขอบสระจะเป็นทางเดินปูด้วยกระเบื้องสีแดงอิฐ มีพื้นผิวที่ค่อนข้างสาก กันลื่น
สระว่ายน้ำของที่นี่มีทั้งสระเด็ก และสระของผู้ใหญ่ สระเด็กจะลึก 60 ซม. ส่วนสระผู้ใหญ่จะลึก 1.2 เมตร โดยสระจะมีความกว้าง 6 เมตร และยาวถึง 23 เมตร สามารถใช้ว่ายออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี
ส่วนหน้าของสระจะเป็นตัวกรอง และพักน้ำ
ถัดจากบ่อกรองน้ำก็จะเป็นสระเด็ก
ขอบสระถูกออกแบบให้เป็นแบบบ่อน้ำล้น ให้น้ำล้นลงไปในรางน้ำ ขอบสระมนเพื่อให้ปลอดภัยต่อการสัมผัส ซึ่งส่วนนี้ใช้หินกรวดสีขาวมาเทตกแต่งบนตะแกรงของรางน้ำไว้ นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังเป็นเสมือนตัวกรองใบไม้ออกจากน้ำก่อนที่จะนำน้ำเวียนสู่เข้าระบบอีกครั้ง
ระหว่างสระเด็ก และสระผู้ใหญ่จะมีขอบกำแพงกั้นเอาไว้ชั้นนึง กันเด็กลงไปในสระผู้ใหญ่
ระหว่างทางเดินรอบสระทั้ง 2 ด้าน จะมีไฟสนามอยู่เป็นระยะๆให้แสงสว่างเพื่อความปลอดภัยเวลากลางคืน
บริเวณด้านหลังของสระว่ายน้ำ จะถูกจัดให้เป็นพื้นที่ล้างตัว และห้องน้ำ
ส่วนล้างตัว จะใช้กรวดล้างทรายล้างทำเป็นแท่นยืนล้างตัว ไม่ลื่น ใช้หินกรวดสีขาวตกแต่งบนพื้นโดยรอบ ส่วนฉากกั้นอาบน้ำใช้ระแนงไม้เทียมสีแดงตีตามแนวนอนเว้นร่องประมาณ 1 นิ้ว เพื่อใช้บังสายตา ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ห้องน้ำสำหรับลูกบ้านที่มาใช้สระว่ายน้ำ
:: สวนสาธารณะ ::
สวนสาธารณะของโครงการ จะอยู่ระหว่างอาคาร B – C โดยมีรูปแบบเป็นผืนหญ้า ปูเป็นแนวยาวเข้าไปตามช่องว่างระหว่างอาคาร มีการปลูกต้นไม้ที่ 2 ข้างทางเป็นระยะ และมีทางเดินโดยรอบ บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น วันไหนที่อากาศดี สามารถมานั่งเล่น อ่านหนังสือกันได้ค่ะ
:: Fitness ::
มาดูห้อง Fitness กันต่อค่ะ ห้อง Fitness จะอยู่ใกล้กับทางเข้า – ออกของโครงการ ภายในห้องปูด้วยพื้นไม้ปาร์เก้สีเข้ม ผนังสีครีมอ่อน ภายในห้องโปร่งโล่ง และสว่างเนื่องจากมีช่องแสงอยู่เกือบทุกทิศทาง ภายในห้องจะติดเครื่องปรับอากาศ และมีห้องน้ำในตัว
มุมมองย้อนกลับมาที่ประตูทางเข้าของห้อง Fitness จะเห็นว่า Fitness ของที่นี่อาจจะไม่ได้ถูกตกแต่งอย่างเลิศหรูนัก แต่อุปกรณ์ออกกำลังกายนั้นมีค่อนข้างครบทีเดียวเลย
ในส่วนมุมห้องฝั่งหนึ่งจะถูกจัดเป็นมุมเวทยกน้ำหนัก มี Dumbell bench ให้ 2 ตัว ตรงนี้จะปูพื้นด้วยกระเบื้องยางเพิ่มเติมด้วย
เครื่องบริหารกล้ามเนื้อแขน และลำตัว High pulley
เครื่องออกกำลังกายส่วนกล้ามเนื้อหน้าอก Bench press 1 เครื่อง
เครื่องออกกำลังกายส่วนกล้ามเนื้อหน้าอกอีก 1 เครื่อง
เครื่องบริหารกล้ามเนื้อขา 1 เครื่อง
เครื่อง Treadmill 2 เครื่อง และเครื่อง Elliptical อีก 2 เครื่อง
:: โถงทางเข้าอาคาร Mail Box และโถงลิฟท์ ::
มาต่อกันที่โถงทางเข้าตัวอาคารกันนะคะ
ทางเข้าจะอยู่ทางด้านข้างของตัวอาคาร ซึ่งบริเวณโถงทางเข้าจะมีห้องผู้ดูแลอาคาร อยู่ทางด้านซ้ายมือ
ประตูทางเข้าจะถูกเซ็ทเข้ามาภายในอาคาร
บริเวณประตูทางเข้าของอาคารจะใช้ระบบ Key Card ในการเข้า – ออก
เมื่อเข้ามาภายในอาคารแล้วด้านหน้าก็จะเจอกับโถงลิฟท์ จะมีลิฟท์โดยสาร 1 ตัว และลิฟท์ Service อีก 1 ตัว ประตูลิฟท์ใช้สีสันสดใส แตกต่างกันไปในแต่ละอาคาร ลิฟท์ Service นี้ก็สามารถใช้แทนลิฟท์โดยสารได้นะคะ
ภายในลิฟท์โดยสาร จะมีปุ่มลิฟท์เป็นระบบกดชั้นแบบปกติ
ภายในโถงลิฟท์ก็จะมีบันไดหลักสำหรับใช้เดินขึ้น – ลงภายในอาคาร และยังใช้เป็นบันไดหนีไฟด้วย มีขนาดค่อนข้างกว้าง เดินสวนขึ้น – ลงได้อย่างสะดวก
ทางด้านหน้าของอาคารจะเป็นบริเวณที่วางตู้ Mail Box
ส่วนทางด้านหลังอาคาร จะเป็นโถงทางเดินเพื่อแจกจ่ายเข้าสู่ห้องพักอาศัยทั้ง 2 ฝั่ง ปลายทางเดินจะมีโถงบันไดหนีไฟอีก 1 จุดค่ะ
::: ห้องตัวอย่าง :::
ห้องตัวอย่างในวันนี้ที่เราจะพาไปชมมี 2 ห้องด้วยกันคือ
One Bedroom A ขนาด 32.5 – 34.5 ตร.ม.
One Bedroom B ขนาด 41.5 – 45.5 ตร.ม.
ห้องของโครงการจะเป็นแบบ Fully Furnished แถม ชุดครัว Built – in, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน (เฉพาะห้องแบบ One Bedroom B ขึ้นไป), ชุดโซฟา 2 ที่นั่ง, ชั้นวางทีวี, ชุดโต๊ะ – เก้าอี้รับประทานอาหาร, ชุดโต๊ะ – เก้าอี้เขียนหนังสือ, ตู้เสื้อผ้า Built – in, เตียงนอน ขนาด 5 ฟุต และแอร์ 1 ตัวภายในห้องนอน ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น เชิญชมได้เลยค่ะ
แปลนห้อง One Bedroom A เอาไว้ใช้ดูประกอบกันได้นะคะ
มาเริ่มกันที่หน้าห้องกันเลย ในส่วนทางเข้าของห้องภายในโครงการนี้ ประตูจะถูกเซ็ทเข้าไปประมาณ 1 เมตร และยกระดับขึ้นเป็นโถงทางเข้า เพิ่มความรู้สึกความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้อยู่อาศัย พื้นทางเข้าเป็นคอนกรีตขัดมันตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้อง ประตูเป็นประตูบานไม้สำเร็จรูป วงกบประตู PVC สีขาว
บริเวณด้านข้างทางเข้าจะมีตู้อเนกประสงค์ บานเปิดเป็นบานเกล็ด ซึ่งตรงนี้เราสามารถทำชั้น Built – in ทำเป็นชั้นวางรองเท้า หรือจะใช้เก็บไม้กวาด ไม้ถูพื้น อุปกรณ์ทำความสะอาดก็ได้ค่ะ
มือจับประตูจะเป็นมือจับลูกบิดธรรมดา ส่วนตัวล็อคจะเป็นแบบปุ่มบิด
เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้อง ในส่วนแรกจะเป็นบริเวณของห้องครัว ซึ่งเคาน์เตอร์จะอยู่ทางด้านขวามือ ซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ส่วนห้องทางด้านหน้าจะเป็นห้องนอน โดยถูกกั้นออกจากส่วนครัวด้วยประตูบานเลื่อน พื้นห้องจะปูด้วยพื้นลามิเนตลายไม้สีอ่อนหนา 8 มม. ปูยาวจากบริเวณห้องครัวเข้าไปถึงห้องนอนเลย ผนังที่ได้จะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว ฝ้าเพดานสูง 2.4 ม. เป็นความสูงที่พอเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย
มาดูที่ห้องครัวกันก่อน ห้องครัวจะมีลักษณะการจัดวางเคาน์เตอร์เป็นแบบขนานกัน ในฝั่งหนึ่งจะจัดเป็นอ่างล้างจาน และพื้นที่วางตู้เย็น ส่วนอีกฝั่งจะจัดเป็นส่วนปรุงอาหาร, เตาไฟฟ้า และไมโครเวฟ โดยจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 1.2 เมตร เป็นระยะที่เพียงพอในการยืนประกอบอาหารได้อย่างไม่อึดอัด
ในห้องครัวนี้เราจะได้ดวงโคมซาลาเปามา 1 ดวง ติดตั้งอยู่ตรงกลางห้องพอดี
ในส่วนของเคาน์เตอร์ครัวจะใช้ท็อปเคาน์เตอร์เป็นเมลามีนสีดำ ตัดกับตัวเคาน์เตอร์ที่ปิดผิวด้วยเมลามีนสีขาว ในส่วนของด้านหลังของเคาน์เตอร์ แนะนำให้กรุผนังเพิ่มด้วยกระเบื้องเซรามิค, กระจก, แสตนเลส หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อเป็น Backsplash กันไอน้ำมัน และควันจากการปรุงอาหาร ซึ่งจะทำให้ผนังเป็นรอยด่างดำ และเช็ดล้างทำความสะอาดได้ยากค่ะ
ที่ด้านล่างของเคาน์เตอร์จะมีลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม และช่องเก็บของ ซึ่งตัวบานเปิดนี้จะเป็นบานเปิดแบบธรรมดา ไม่ใช่แบบ Soft close นะ
เตาไฟฟ้าที่ได้ของ Hafele มี 2 เตา
อีกด้านหนึ่งจะเป็นอ่างล้างจาน และที่วางตู้เย็น อ่างล้างจานที่ได้จะเป็นของ Hafele แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ ตัวท็อปของอ่างก็จะเป็นเมลามีนสีดำเช่นกัน
เหนือที่วางตู้เย็นจะเป็นจุดติดตั้งตัว Circuit breaker ของห้อง ถ้าอยากเก็บงานให้ดูเรียบร้อยสวยงามมากขึ้น ก็สามารถทำชั้น Built – in ขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อซ่อนตัว Circuit breaker และวางของเครื่องใช้ภายในครัวเพิ่มเติม
อ่างล้างจานที่ได้มาค่อนข้างจะลึก เวลาล้างจานแล้วน้ำก็จะไม่ค่อยกระเซ็นออกมามากนัก บริเวณคว่ำจานชามมีขนาดกระทัดรัดดี ตรงนี้ก็แนะนำให้กรุผนังด้วย Backsplash เหมือนกัน แต่อาจจะต้องเว้นช่องสำหรับหน้าต่างเหนืออ่างล้างจานสักหน่อยนะคะ
ภายในห้องครัวเหนืออ่างล้างจานจะได้หน้าต่างบานติดตายเพื่อให้ได้แสงธรรมชาติมา 1 บาน แต่จะเป็นแสงที่ได้ต่อมาจากห้องนอนอีกทีนึง
ตรงข้ามกันกับส่วนครัวจะเป็นห้องน้ำ ประตูเป็นประตูบานไม้สำเร็จรูปสีขาว และมือจับแบบหัวลูกบิดธรรมดา
ภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์มาครบเลยค่ะ มีการแยกส่วนเปียก และส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจน โดยส่วนอาบน้ำจะติดเป็น Shower Box ตรงมุมห้อง
พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 60 x 60 ซม. สีเปลือกไข่ ผนังกรุด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว พื้นห้องน้ำมีการลดระดับจากพื้นห้องลงไปประมาณ 1 นิ้ว
ภายในห้องน้ำจะติดดวงโคมชนิด Down light มาให้ 2 ดวงนะคะ ดวงหนึ่งจะอยู่บริเวณอ่างล้างมือ และอีกดวงหนึ่งจะอยู่บริเวณ Shower Box
บริเวณอ่างล้างมือจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 80 ซม. สามารถยืนล้างมือได้ไม่อึดอัด
ตัวอ่างล้างมือเป็นแบบ Pedestal คือมีลักษณะเป็นแท่นขาตั้ง และไม่มีเคาน์เตอร์ใต้อ่างล้างมือ ขนาดอ่างมีขนาดกว้างกำลังดี ตัวอ่างล้างมือนี้จะเป็นของ Nahm
ก๊อกน้ำที่ได้จะเป็นของ Cotto ขนาดกระทัดรัด
เหนืออ่างล้างมือจะมีชั้นกระจกสำหรับวาง สบู่ ครีม หรือกล่องใส่กระดาษชำระได้เล็กน้อยค่ะ
ในส่วนของโถสุขภัณฑ์ และที่แขวนกระดาษชำระจะได้ของ Nahm และสายฉีดชำระของ Cotto บริเวณของส่วนนี้จะอยู่ติดกับตัว Shower Box จะกว้างประมาณ 75 ซม. ซึ่งเป็นความกว้างที่นั่งแล้วจะไม่อึดอัดมากจนเกินไป
ในส่วนของ Shower Box จะเป็นประตูบานเลื่อนแบบเข้ามุม มือจับบานเลื่อนอะลูมิเนียม ที่พื้นของตัว Shower Box มีการทำขอบขึ้นสูงขึ้นมาประมาณ 1 นิ้วเป็นธรณีประตูกันน้ำไหลย้อนออกไปข้างนอก
พื้นที่ใน Shower Box จะมีขนาดประมาณ 80 x 80 ซม. ขนาดเล็กกระทัดรัดดีค่ะ
ภายใน Shower Box จะติดตั้งฝักบัวอาบน้ำ และที่วางสบู่ของ Nahm มาให้ แต่ของที่ได้จริงๆจะไม่มีราวปรับระดับ และเครื่องทำน้ำอุ่น มาให้ ต้องซื้อมาติดตั้งกันเอาเอง
ขนาดฝักบัวอาบน้ำไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มือจับถนัดมือ หัวฝักบัวสามารถปรับรูปแบบของสายน้ำได้
เราจะไปดูห้องนอนกันต่อค่ะ ประตูห้องที่กั้นระหว่างห้องนอน และห้องครัวนั้นเป็นประตูบานเลื่อนไม้สีขาว
แบบมือจับประตูเลื่อนเป็นร่องเข้าไปพอให้มือจับได้
ด้านหลังของประตูบานเลื่อนจะทำเป็นช่องไม้ซ่อนราวเลื่อน และลูกล้อของบานประตูเอาไว้
ภายในห้องนี้จะรวมส่วนของพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร โต๊ะทำงาน และห้องนอนเข้าเอาไว้ด้วยกัน การจัดรูปแบบห้องแบบนี้จะได้ห้องที่โปร่งโล่ง และดูกว้างขวาง ได้ช่องแสงตลอดแนวยาวของผนัง ทำให้ห้องได้รับความสว่างที่เพียงพอ แต่หากมีแขกไปใครมา ห้องนี้ก็จะขาดความเป็นส่วนตัวไปสักหน่อย เพราะส่วนนอน อยู่รวมกันกับส่วนรับแขก
ไฟที่ได้จริงๆจะเป็นดวงโคมซาลาเปา 1 ดวงที่กึ่งกลางห้อง
ทางฝั่งขวามือ ปลายเตียงจะเป็นบริเวณนั่งเล่น และส่วนรับประทานอาหาร
ส่วนอีกฝั่งนึงจะมีตู้เสื้อผ้าอยู่ข้างหัวเตียง จะเป็นตู้แบบ Built – in ฝังอยู่ในผนังฝั่งห้องน้ำ และโต๊ะทำงานข้างริมหน้าต่าง
โซฟาเป็นแบบ 2 ที่นั่ง ขนาด 1.50 เมตร ดูน่านั่งมากเลย
พื้นที่ข้างเตียงฝั่งตู้เสื้อผ้าจะเหลืออยู่ประมาณ 70 ซม. สามารถเปลี่ยนผ้าปูเตียง หรือยืนแต่งตัวได้อย่างสบายๆ
ตู้เสื้อผ้าจะเป็นบานเปิด 2 บาน ภายในมีราวแขวนเสื้อผ้า ชั้นวางของให้เล็กน้อย หากใครที่มีเสื้อผ้าเยอะหน่อยก็อาจจะต้องหาชั้นมาวางเพิ่มเอานะคะ ทางด้านขวามือก็เหมาะที่จะติดกระจกบานยาวๆเอาไว้เช็คเวลาแต่งตัวเสร็จแล้ว
พื้นที่ข้างเตียงฝั่งริมหน้าต่างนี้ถูกจัดให้เป็นโต๊ะทำงาน
ระยะการนั่งของโต๊ะทำงานมาตรฐานจะอยู่ที่ 90 ซม. ซึ่งพื้นที่ว่างจากโต๊ะทำงานถึงเตียงในห้องตัวอย่างนี้ยังเหลือพอแบบสบายๆเลย
พื้นที่ตรงนี้เหมาะสำหรับการนั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือมากๆเลย เพราะจะได้รับแสงสว่างในการอ่านหนังสืออย่างเพียงพอโดยไม่ต้องเปิดโคมไฟเพิ่มในเวลากลางวัน ประหยัดไฟดี แต่ชุดทำงานชุดนี้ไม่ได้แถมมากับห้องด้วยนะคะ
หน้าต่างตรงนี้จะเป็นบานกระทุ้ง 1 บาน และบานติดตายอีก 1 บาน
มุมมองกลับไปทางส่วนนั่งเล่น และส่วนทานอาหาร
ในส่วนของชั้นวางทีวีจะเป็นชั้น Built – in ติดผนัง ได้ของ Modern Form มา ข้างชั้นวางทีวีจะได้ชุดโต๊ะ และเก้าอี้มาอีกหนึ่งชุด
สำหรับคุณผู้หญิง ตรงนี้สามารถจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มเติมก็ได้นะ ส่วนชั้นวางของทางด้านซ้ายบนของชุดโต๊ะ และเก้าอี้ จะไม่ได้แถมมากับห้องด้วย
มุมมองย้อนกลับไปที่ห้องครัว ในส่วนของบริเวณโต๊ะทานอาหารจะอยู่ติดกับผนังฝั่งห้องครัวเลย บริเวณหน้าต่างตรงห้องครัว หากอยากเพิ่มความเป็นส่วนมากขึ้น แนะนำให้ติดมู่ลี่เพิ่มเหมือนห้องตัวอย่างนะคะ
โต๊ะทานอาหารตัวนี้เป็นแบบจัดนั่งทานได้ 2 คน แต่คงจะเหมาะสำหรับทานอาหารจานเดียว เพราะโต๊ะอาจจะเล็กเกินไปสำหรับการวางกับข้าวหลายๆอย่าง แต่พื้นที่ตรงนี้ยังพอมีเหลือเยอะอยู่ สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่กว่านี้ได้ หรือถ้าใครอยากจะทำเป็นโต๊ะพับก็ได้นะ ประหยัดพื้นที่ดี
ในส่วนของประตูที่จะออกไปยังระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อนอะลูมิเนียมสีธรรมชาติ ตรงนี้แนะนำให้ติดม่านกัน UV เพิ่มเติม ในช่วงตอนกลางวันจะได้ใช้ปิดกันแสงแดด และความร้อนเข้าตัวห้อง
มือจับประตูบานเลื่อนอะลูมิเนียม เป็นระบบล็อคแบบธรรมดาทั่วไปค่ะ
ในส่วนของระเบียง พื้นจะถูกกดต่ำลงไปจากพื้นห้องประมาณ 1 นิ้ว และปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 30 ซม.และจบงานด้วยกรวดล้างทรายล้าง ระเบียงใช้เป็นลูกกรงเหล็กทาสีดำ ขนาดพื้นระเบียงจะกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้า หรือจะวางม้านั่งเล่นริมระเบียงเพิ่มเติมก็ได้
ตรงพื้นที่ระเบียงจะใช้เป็นที่วางตัว Compressor ด้วย และจะใช้ระแนงไม้ตีตามแนวนอนมาเป็นตัวซ่อน Compressor เพิ่มลูกเล่น ความสวยงามให้แก่ตัวอาคาร
ในส่วนของระเบียงจะได้โคมไฟซาลาเปามา 1 ดวง
สำหรับห้องตัวอย่างห้องนี้จะอยู่ที่ชั้น 1 โดยห้องที่อยู่ในชั้น 1 ทุกห้อง ข้างๆระเบียงจะมีพื้นที่ขนาดย่อมที่ให้ลูกบ้านสามารถปลูกต้นไม้กันเองได้ และทุกห้องจะสามารถเดินออกมาจากทางระเบียง เพื่อไปยังส่วนกลางส่วนต่างๆอย่าง สวนสาธารณะ หรือสระว่ายน้ำ ได้เลย
มุมมองจากทางเดินมองย้อนกลับเข้าไปทางระเบียงห้อง ในส่วนนี้ถ้าอยากจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวของระเบียงก็สามารถหาระแนงไม่ไผ่มาวาง แลวห้อยต้นไม้ หรือไม้เลื้อยตกแต่งเพิ่มเติมก็สวยดี
พื้นทางเดินภายนอกจะถูกกดต่ำลงมาจากพื้นระเบียงอยู่ประมาณ 30 ซม. ตรงนี้จะมีประตูลูกกรงเหล็กเล็กๆ สำหรับเลื่อนปิดเปิดได้ ภายในเป็นอาณาเขตส่วนตัวของลูกบ้านค่ะ
จบไปแล้วกับห้อง One Bedroom ขนาด 32.5 – 34.5 ตรม. เรามาต่อกันที่ห้อง One Bedroom อีก Type นึงกันเลยดีกว่า สามารถใช้แปลนนี้ในการดูประกอบได้นะคะ
ข้างหน้าห้องจะเป็นแบบเดียวกันกับห้องที่แล้ว คือประตูห้องจะถูกเซ็ทเข้าไปเป็นโถงทางเข้า พื้นถูกยกระดับขึ้นมาเล็กน้อยจากโถงทางเดิน ทางด้านของโถงทางด้านขวามือก็จะมีตู้อเนกประสงค์ที่ได้แนะนำกันไปแล้วว่า สามารถทำชั้น Built – in เพิ่มเป็นชั้นวางรองเท้า หรือเก็บของอย่างอื่นก็ได้เช่นกัน ประตูห้องจะเป็นประตูบานไม้สำเร็จรูป วงกบ PVC และมือจับลูกบิดค่ะ
เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องก็จะเจอกับส่วนรับประทานอาหาร ซึ่งจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นก่อนเลย พื้นของห้องนี้จะปูด้วยลามิเนตลายไม้สีอ่อนหนา 8 มม. ยาวเข้าไปถึงพื้นห้องครัว และพื้นห้องนอน ผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว ภายในห้องฝ้าเพดาน 2.4 เมตรค่ะ เป็นความสูงที่พอเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเลย
มองตรงเข้าไปภายในห้องครัว จะเห็นประตูห้องน้ำอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของห้อง
ภายในห้องครัวจะมีการจัดเคาน์เตอร์เป็นแบบขนานกันเหมือนกับห้องที่แล้ว ฟากทางซ้ายมือจะเป็นอ่างล้างจาน ส่วนทางขวามือจะเป็นส่วนปรุงอาหาร โดยห้องนี้จะมีพื้นที่ทางเดินเหลือตรงกลางกว้างขึ้นเป็น 1.6 เมตรเลย คนนึงสามารถยืนล้างผัก ส่วนอีกคนนึงสามารถยืนทำอาหารได้โดยไม่อึดอัด
เคาน์เตอร์ครัวในห้องนี้จะมีความยาวมากขึ้น ทำให้มีพื้นที่ในการประกอบอาหาร และวางอุปกรณ์เครื่องครัวมากยิ่งขึ้น ส่วนท็อปเคาน์เตอร์ก็จะเป็นเมลามีนสีดำ ตัวเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยเมลามีนสีขาว
ในส่วนของตัวเคาน์เตอร์จะมีช่องเก็บของเพิ่มขึ้นมาอีกช่องนึงค่ะ
เตาไฟฟ้า 2 เตาได้ของ Hafele เหมือนกับห้องที่แล้ว
ในห้องนี้เราจะได้ชั้นวางของเหนือเคาน์เตอร์ และฮูดดูดควันเพิ่มขึ้นมาจากห้องที่แล้ว ช่องนึงถูกใช้เป็นช่องซ่อนฮูดดูดควัน แต่ก็ยังเหลือพื้นที่ให้วางเครื่องปรุงได้อีกนะคะ
ฮูดดูดควันที่ได้เพิ่มเติมมาจะเป็นของ Hafele
ส่วนอีกฟากหนึ่งจะเป็นอ่างล้างจานของ Hafele มีขนาดเท่ากับอ่างล้างจานของห้องที่แล้ว และที่วางตู้เย็นข้างๆ
เหนืออ่างล้างจานก็จะมีหน้าต่างบานติดตาย เอาไว้รับแสงต่อมาจากห้องนั่งเล่นอีกที จริงๆแล้วจุดประสงค์ของการมีหน้าต่างในห้องครัวนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องของแสงสว่างเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมต่อกันระหว่างห้อง และความสัมพันธ์ของคนภายในบ้าน เมื่อคนนึงกำลังประกอบอาหาร ก็สามารถมองเห็นกิจกรรมของคนที่อยู่อีกห้องนึงได้ โดยไม่รู้สึกถึงการแบ่งแยกกันด้วยผนังกั้น
ภายในห้องครัวจะได้ดวงโคมซาลาเปามา 1 ดวงค่ะ
ต่อจากส่วนของห้องครัวเข้าไป ก็จะเป็นส่วนของห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์มาครบ มีการแยกส่วนเปียก และส่วนแห้งออกจากกันโดยส่วนอาบน้ำจะติดเป็น Shower Box ตรงมุมห้อง ข้าง Shower Box จะติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ด้วย ส่วนพื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 60 x 60 ซม. สีเปลือกไข่ ผนังกรุด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว พื้นห้องน้ำมีการลดระดับจากพื้นห้องครัวลงไปประมาณ 1 นิ้ว ลักษณะการจัดห้องน้ำของห้องนี้จะเหมือนกับการ Mirror ของห้องที่แล้วมาเลย แต่จะมีขนาดกว้างกว่าสักหน่อย และเปลี่ยนทิศทางการวางโถสุขภัณฑ์
บริเวณอ่างล้างมือก็จะมีพื้นที่กว้างมากขึ้นมาอีกนิดนึงค่ะ
อ่างล้างมือจะได้เป็นของ Nahm ส่วนก๊อกน้ำจะได้เป็นของ Cotto
ตรงโถสุขภัณท์จะได้พื้นที่กว้างมากขึ้นเป็น 90 ซม. ซึ่งระยะนี้เป็นระยะมาตรฐานที่ทำให้นั่งแล้วรู้สึกโล่งสบาย ไม่อึดอัด
ตัว Shower Box จะใช้เป็นบานกระจกเลื่อนเข้ามุม มือจับอะลูมิเนียม ทำขอบเป็นธรณีประตูสูงขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว กันน้ำไหลย้อนออกมา
ภายใน Shower Box จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำอยู่ประมาณ 80 x 80 ซม.
ฝักบัวแขวนผนังที่ได้มาจะไม่มีราวปรับระดับ และเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ด้วยนะคะ
ภายในห้องน้ำจะได้ดวงโคม Down light มา 2 จุด คือบริเวณอ่างล้างมือ และบริเวณ Shower Box
กลับออกมาจากส่วนห้องน้ำ และส่วนครัว มาดูส่วนรับประทานอาหาร และส่วนนั่งเล่นกันต่อเลยค่ะ
ในส่วนของโต๊ะรับประทานอาหารจะถูกจัดอยู่ข้างห้องครัว ถ้าอยากจะได้โต๊ะที่ใหญ่ขึ้น แนะนำให้ทำเป็นโต๊ะพับเพิ่มเติมนะคะ พื้นที่สำหรับนั่งนี้เหลือแบบสบายๆเลย
ในส่วนรับประทานอาหารจะได้ดวงโคมซาลาเปามา 1 ดวง และส่วนนั่งเล่นอีก 1 ดวง
ในส่วนของห้องนั่งเล่นจะถูกจัดให้มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถวางโซฟาสำหรับ 3 ที่นั่งได้ มีประตูบานเลื่อนออกไปสู่ระเบียงขนาดใหญ่ มองเห็นธรรมชาติภายนอกด้วยมุมมองที่ค่อนข้างกว้าง และสามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเพียงพอ
ห้องนี้เมื่อวางโซฟา และชั้นวางทีวีแล้ว ก็ยังเหลือพื้นที่กว้างประมาณ 2.5 เมตร ยังสามารถวางโต๊ะกาแฟเพิ่มได้อีก และในระยะก็เหมาะสำหรับการดูทีวีจอใหญ่ขนาด 50 นิ้วได้อย่างสบายๆ
โฟซาที่ได้มาตัวนี้จะเป็นแบบ 2 ที่นั่ง แต่ด้วยพื้นที่ห้องที่กว้างขวาง เราสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ขึ้นได้อีก อาจจะวางชั้นวางหนังสือ หรือโต๊ะทำงานข้างประตูบานเลื่อนเพิ่มเติมอีกก็ยังเพียงพอ
ในส่วนของฝั่งชั้นวางทีวีนี้ยังเหลือพื้นที่อีกเยอะมากเลย เราสามารถทำชั้น Built – in เพื่อวางของตกแต่งกระจุกกระจิก แผ่นเครื่องเสียง DVD และสร้างลูกเล่นเพิ่มเติมให้ห้องน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ประตูข้างซ้ายจะเป็นประตูห้องนอนนะคะ
ประตูออกไปยังระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจก บานกรอบอะลูมิเนียมทำสีธรรมชาติค่ะ
พื้นระเบียงก็จะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. สีเทาสลับแดงเลือดหมู เก็บงานด้วยกรวดล้าง – ทรายล้าง ระเบียงห้องนี้จะมีขนาดกว้างขึ้นเป็น 1.50 เมตร
ในส่วนของพื้นที่ระเบียงก็จะใช้เป็นที่วางเครื่องซักผ้า และตัว Compressor
จุดนี้จะได้ดวงโคมซาลาเปามา 1 ดวง
ห้องตัวอย่างห้องนี้ก็อยู่ที่ชั้น 1 ค่ะ สามารถเดินจากระเบียงไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆของโครงการได้ ขนาดของบันไดที่ใช้เดินลงไปสู่ทางเดินสาธารณะกว้างอยู่ที่ 1 เมตร
มุมมองย้อนกลับไปทางส่วนรับประทานอาหาร และห้องครัว
เราจะไปดูห้องนอนกันต่อเลยค่ะ ประตูห้องนอนก็จะใช้เป็นประตูบานไม้สำเร็จสีขาว วงกบ PVC และมือจับประตูแบบลูกบิด สังเกตได้ว่าพื้นไม้ลามิเนตจะถูกปูยาวเข้ามาตั้งแต่ทางเข้าห้อง ห้องนั่งเล่น จนถึงข้างในห้องนอนเลย
ภายในห้องนอนจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตมาค่ะ ซึ่งก็ยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับเตียงขนาด 6 ฟุตนะคะ แต่จะต้องเลื่อนหัวเตียงออกมาจากเสา เพราะระยะห่างระหว่างเสาทั้งสองข้างที่กินออกมาจากผนัง จะมีระยะที่พอดีกับเตียงขนาด 5 ฟุต
พื้นที่ระหว่างเตียงกับตู้เสื้อผ้ายังเหลือพอให้สามารถเปลี่ยนผ้าปูเตียงได้ แต่ยืนแต่งตัวตรงนี้อาจจะไม่ค่อยถนัดเท่าไรนัก
ตู้เสื้อผ้าแบบที่ได้เป็นตู้แบบ Built – in สูงถึงฝ้าเพดานมีขนาดใหญ่พอสมควรเลย เป็นบานเปิดคู่ 1 บาน และบานเดี่ยวอีก 1 บาน บานเปิดด้านหนึ่งจะติดกระจกยาวตลอดทั้งบานมาให้ด้วย
ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีราวแขวนเสื้อผ้า และชั้นวางของมาให้ ราวแขวนเสื้อผ้าจะมี 2 แบบ สำหรับแขวนเสื้อผ้าทั้งแบบยาว และแบบสั้น
อีกฝั่งนึงของห้องยังเหลือพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางทีเดียว ตรงนี้จะสามารถจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะเขียนหนังสือก็ได้อยู่นะ ชั้น Built – in ที่แขวนอยู่ที่ผนังเป็นเพียงแค่แนวทางการตกแต่งห้องเท่านั้นนะคะ ของจริงที่เราจะได้ จะมีเพียง เตียงขนาด 5 ฟุต โต๊ะข้างหัวเตียง 1 ตัว และตู้เสื้อผ้า Built – in
ระยะระหว่างผนังถึงขอบเตียงจะกว้างเกือบ 1.5 เมตรเลย
กระจกภายในห้องนอนจะเป็นกระจะบานติดตาย 1 บาน และบานกระทุ้งอีก 1 บาน ภายในห้องนอนหน้าต่างอาจจะบานไม่ใหญ่มากนัก แต่แสงสว่างก็เข้าถึงอย่างเพียงพอ
มุมมองย้อนกลับไปที่ประตูห้องนอน
ภายในห้องนอนจะได้ดวงโคมซาลาเปามา 1 ดวงตรงกลางห้องนอน
สวิตช์ไฟที่ได้จะเป็นของ Bticino
::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ตุลาคม 2559) :::
::วัสดุโดยรวม::
ประตู
ประตูทางเข้าห้องหลัก : ประตูบานเปิดไม้สำเร็จรูปสีขาว วงกบประตู PVC และมือจับลูกบิดสแตนเลส
ประตูห้องน้ำ : ประตูบานเปิดไม้สำเร็จรูปสีขาว วงกบประตู PVC และมือจับลูกบิดสแตนเลส
ประตูระเบียง : ประตูบานเลื่อนกระจก บานกรอบอะลูมิเนียม ทำสีธรรมชาติ
ประตูห้องนอน One Bedroom A : ประตูบานเลื่อนไม้สำเร็จรูปสีขาว
ประตูห้องนอน One Bedroom B : ประตูบานเปิดไม้สำเร็จรูปสีขาว วงกบประตู PVC และมือจับลูกบิดสแตนเลส
วัสดุพื้น
พื้นโถงทางเข้าห้อง : พื้นคอนกรีตขัดมัน ตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม.
พื้นห้องนอน, พื้นห้องครัว, พื้นห้องน้ำ : พื้นลามิเนตลายไม้
พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องเซรามิค ขนาด 60 x 60 ซม.
พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม.
วัสดุผนัง
ผนังห้อง : ผนังฉาบเรียบทาสีขาว
ผนังห้องน้ำ : กระเบื้องแกรนิตโต้
เฟอร์นิเจอร์
ชุดเคาน์เตอร์ครัว ท็อป เมลามีน ตัวเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยเมลามีน
ฮูดดูดควัน Hafele (เฉพาะห้อง One Bedroom B)
เตาไฟฟ้า Hafele
อ่างล้างจาน Hafele
ชุดโซฟา และชั้นวางทีวี
ตู้เสื้อผ้า Built – in
เตียงนอนขนาด 5 ฟุต
สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ
โถสุขภัณฑ์ Nahm
อ่างล้างมือ Nahm
ก๊อกน้ำ สายฉีดชำระ และฝักบัว Cotto
Accessories : Nahm
งานไฟฟ้า
สวิตช์ไฟ, ปลั๊กไฟ และ Circuit Breaker : Bticino
เครื่องปรับอากาศ LG หรือเทียบเท่า (เฉพาะห้องนอน)
***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามเพิ่มเติมที่โครงการได้ค่ะ
::: ราคา (ตุลาคม 2559) :::
โครงการจะขายห้องแบบ Fully Furnished โดยวัสดุจะได้ตามด้านบนค่ะ
ห้อง 1 Bedroom A 32.5 – 34.5 ตร.ม.
ราคา 1.33 – 1.64 ล้านบาท
ห้อง 1 Bedroom B 41.5 – 45.5 ตร.ม.
ราคา 1.63 – 2.34 ล้านบาท
ห้อง 2 Bedrooms 51.19 – 60.99 ตร.ม.
ราคา 2.11 – 2.84 ล้านบาท
เงินดาวน์ 15% (จอง 5,000 บาท, ทำสัญญา 6,000 บาท ผ่อนดาวน์ 5 งวด) โอนกรรมสิทธิ์ 85%
ค่าส่วนกลาง 25 บาท/ ตร.ม./เดือน (ล่วงหน้า 1 ปี)
ค่ากองทุน 300 บาท/ตร.ม. ชำระครั้งเดียว ณ วันโอน
ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า 2,000 บาท
ค่าประกันน้ำประปา 500 บาท
ค่าเบี้ยประกันภัย 22 บาท/ตร.ม./ปี
ค่าจอดรถ 500 บาท/คัน/เดือน (แบบ ไม่ Fix ที่จอด)
ค่าจอดรถ 300 บาท/คัน/เดือน (แบบ Fix ที่จอด มาเป็น Paggage คู่กับห้องนอน One Bedroom B และ Two Bedrooms)
***ข้อมูลราคา และโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
::: สรุป :::
ทำเลที่ตั้งโครงการ ตัวโครงการตั้งอยู่ในย่านบ้านพักอาศัย ไม่ค่อยมีอาคารสูงมากนัก ใกล้แนวรถไฟฟ้าหลายเส้น แต่อาจจะต้องต่อวินมอเตอร์ไซค์อีกสัก 1 ต่อ เหมาะสำหรับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวเสียมากกว่าคนที่ต้องการจะเดินทางด้วยรถสาธารณะ โดยรอบโครงการนั้นเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ มีห้างสรรพสินค้า และตลาดให้เลือกเดินได้หลายแห่ง ในซอยสุขุมวิท 101/1 เองก็คึกคักไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านน้ำปั่น ร้านเสริมสวย และร้านสะดวกซื้อตั้งแต่บริเวณต้นซอย แต่พอเข้ามาถึงซอยวัดทุ่งก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น แต่ภายในซอยก็จะยังมีร้านอาหารตามสั่ง เซเว่น และที่สำคัญที่สุดคือ Max Value ด้านหน้าโครงการ
การเดินทางโดนรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวนั้นค่อนข้างจะมีความสะดวก เพราะจากตัวโครงการนั้นสามารถทะลุไปออกถนนสายหลักๆได้หลายเส้น รวมทั้งยังอยู่ใกล้กับทางขึ้นทางด่วนอีก 2 เส้น แต่เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการก็มีแหล่งที่อยู่อาศัยโดยรอบ ทั้งในแนวราบ และแนวตั้ง ทำให้ปริมาณรถบนถนนในละแวกนั้นค่อนข้างจะติดขัด และถนนบริเวณนั้นเองก็เป็นถนนเส้นหลักที่คนส่วนมากจะใช้ในการเดินทางกันอยู่แล้ว
การเดินทางโดยรถสาธารณะ บริเวณหน้าโครงการจะมีรถสองแถววิ่งผ่านมาบ้างเป็นระยะๆ ถนนหลักรอบโครงการก็มีจะป้ายรถเมล์อยู่เป็นช่วงๆ ซึ่งอาจจะต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกไปสักประมาณ 1.5 – 3 กิโลเมตร ส่วนรถไฟฟ้าปัจจุบันก็มีสายสีเขียวเข้ม สถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีปุณณวิถี ภายในปี 2663 จะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเพิ่มขึ้นมาอีก 1 สาย โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีสวนหลวง และภายในปี 2665 จะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มต่อเติมจาก BTS หมอชิต – แบริ่ง สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีเซ็นทรัลซิตี้ ซึ่งเมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ และเปิดใช้งานแล้ว ก็จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น
การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็น Low Rise Condominium จำนวน 6 อาคาร จำนวน 794 ยูนิต บนพื้นที่ 11 ไร่ มีการจัดวางผังอาคารเป็นคู่ๆหันหน้าเข้าหากัน ขนานกับทิศตะวันออกเฉียงใต้ – ตะวันตกเฉียงเหนือ โดยจะใช้สระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะมาเป็นตัวสอดแทรกระหว่างพื้นที่ว่างระหว่างอาคาร มีถนนวนรอบตัวโครงการ ซึ่งการจัดวางผังอาคารนี้อาจจะทำให้ยูนิตตึก F ฝั่งทิศใต้จะมีปัญหาเรื่องความร้อนจากดวงอาทิตย์ แต่การวางอาคารแบบเรียงกันนั้นจะช่วยสร้างร่มเงาให้ในอาคารถัดๆไป รวมถึงสระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะส่วนกลางที่จะสามารถใช้งานได้เกือบตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีตัวอาคารมาขนาบข้าง สร้างเป็นร่มเงาให้แก่ผู้ใช้งาน ส่วนปัญหาความร้อนของยูนิตทางทิศใต้ของอาคาร F สามารถแก้ไขได้โดยนำระแนงไม้มาติดตั้งไว้ที่ระเบียงห้อง หรือจะใช้ม่านกัน UV ติดไว้ที่ประตูระเบียงก็จะช่วยลดความร้อนได้ในระดับหนึ่ง
ตัวอาคารจะมียูนิตต่อชั้นของโครงการอยู่ประมาณ 18 ยูนิต/ชั้น ถือว่าไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป มีลิฟท์โดยสารอาคารละ 1 ตัว อัตราส่วนของห้องพักอาศัย และลิฟท์โดยสารจะอยู่ที่ 130:1 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่ยอมรับได้ค่ะ เพราะคอนโดสูงเพียงแค่ 8 ชั้นทำให้ไม่ต้องรอลิฟท์นานมาก และภายในโถงลิฟท์ก็จะมีลิฟท์บริการอยู่ข้างๆอีก 1 ตัว ซึ่งลิฟท์ตัวนั้นก็สามารถใช้เป็นลิฟท์โดยสารได้เช่นกัน
การวางแปลนห้องของโครงการนั้นทำได้ค่อนข้างดี อีกทั้งยังคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก พื้นที่จะถูกแบ่งออกอย่างเป็นสัดส่วน แต่ก็ยังมีความโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ในแต่ละพื้นที่สามารถใช้งานได้จริง และไม่เล็กจนเกินไป ไม่เสียพื้นที่ไปโดยเสียเปล่าประโยชน์ ตั้งแต่ทางเดินเข้าห้องที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยโถงทางเข้า เวลาเปิดประตูเข้าห้อง คนที่กำลังจะเข้าห้องข้างๆก็จะไม่เห็นเข้าไปในตัวห้องของเรา ห้องครัวถูกแบ่งออกจากพื้นที่ส่วนอื่นๆ เนื่องจากป้องกันเรื่องกลิ่นในการปรุงอาหาร ห้องนั่งเล่น และห้องนอนจะถูกวางยาวขนาบข้างด้านริมระเบียง ทำให้ได้รับแสงสว่าง และระบายอากาศได้มากเพียงพอ แต่ห้องน้ำอาจจะต้องพึ่งงานระบบหมุนเวียนอากาศเพียงอย่างเดียว เพราะห้องน้ำอยู่ติดฝั่งเดียวกับโถงทางเดินภายในอาคาร ไม่มีหน้าต่างในการระบายอากาศ วัสดุ และสุขภัณฑ์ที่ได้มาถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เทียบกับราคาที่ขายแบบ Fully furnished เพราะได้เฟอร์นิเจอร์แถมในห้องมากมาย แต่ไฟภายในห้องอาจจะน้อยไปหน่อย ควรจะซื้อโคมไฟมาติดเพิ่มในบางส่วนเอง
ตัวโครงการถูกตกแต่งแบบง่ายๆ ใช้สีเอิร์ทโทน และสีโทนเทาเป็นหลัก แต่เพิ่มลูกเล่นด้วย Facade สีสันสดใส สร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวโครงการ
สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนับว่าดีใช้ได้ ถึงการตกแต่งของโครงการจะค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่านัก แต่ในเรื่องของฟังก์ชั่น และการใช้งานนั้นสมบูรณ์ครบครันดี ภายในฟิตเนสของโครงการเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆแล้ว ก็มีเครื่องเล่นมากมายหลายชิ้น เพียงพอต่อการออกกำลังกาย ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินออกไปเล่นฟิตเนสข้างนอกโครงการ สระว่ายน้ำก็ถือว่ามีขนาดที่ใหญ่ สามารถใช้ว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริง
ในบริเวณสวนสาธารณะของโครงการอาจจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็ร่มรื่นดี อาจจะขาดความเป็นส่วนตัวไปสักหน่อย เนื่องจากตัวอาคารมียูนิตพักอาศัยอยู่ที่ชั้นล่าง ซึ่งจะอยู่ติดกับตัวสวนสาธารณะเลย ถึงแม้ว่าตัวโครงการนี้จะไม่มี Lobby แต่ก็ได้มีการจัดห้องรับรองสำหรับลูกบ้านเอาไว้ 1 ห้องที่ชั้น 1 ของตึก C โดยลูกบ้านสามารถจะใช้พื้นที่ส่วนนี้ในการนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือให้แขกจากภายนอกมารอในห้องนี้ก่อนได้หากไม่ใช่แขกคนสนิท เรื่องของอาหารการกินก็ไม่ขาด เพราะที่ด้านหน้าตัวโครงการเองก็มี Max Value ขนาดใหญ่คอยรองรับลูกบ้านอยู่ ทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน
ที่จอดรถของโครงการมีทั้งหมด 570 คัน คิดเป็น 70% ของจำนวนยูนิตทั้งหมดในโครงการ (ไม่นับรวมจอดซ้อนคัน) ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อลูกบ้านทุกคน แต่ตัวอาคารจอดรถนั้นถูกแยกออกจากอาคารพักอาศัย ไม่มีทางเชื่อมเข้าสู่อาคารต่างๆ ทำให้ค่อนข้างลำบากในวันที่มีฝนตก แล้วมีสัมภาระเยอะ อาจจะทำให้เดินกลับห้องกันลำบากนิดนึง
ในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย ทางโครงการจะมีระบบ Key card และ CCTV อยู่ที่ทางเข้า – ออกหน้าโครงการ ทางเข้าอาคาร และทาง – ออกอาคารจอดรถ อีกทั้งยังมีห้องผู้ดูแลอาคารอยู่ที่ชั้น 1 ของทุกอาคารบริเวณโถงทางเข้า ส่วนประตูทางเข้าห้องจะใช้กุญแจล็อคตามปกติ นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีบันไดหนีไฟทั้ง 2 ฝั่งของอาคาร ระยะตามกฎหมาย หากเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ลูกบ้านสามารถใช้บันไดหนีไฟทั้ง 2 ฟากนี้ แล้ววิ่งหนีออกไปภายนอกอาคารได้ ซึ่งภายนอกอาคารของโครงการก็มีพื้นที่โล่งเหลืออยู่พอสมควร สามารถใช้เป็นจุดรวมพลได้
::: คะแนน :::
ทำเลที่ตั้งโครงการ
7.5
ทำเลห่างออกมาจากตัวเมืองเล็กน้อย ติดถนนใหญ่หลายเส้น
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
7.5
สามารถเข้าเมืองได้สะดวก แต่ปริมาณค่อนข้างจะรถหนาแน่น
การเดินทางโดยรถสาธารณะ
7.8
โครงการอยู่ในแนวรถไฟฟ้าหลายสาย มีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ใกล้เคียง และมีรถ 2 แถวผ่านหน้าโครงการ
บ้านและวัสดุ
8.0
วัสดุคุณภาพมาตรฐาน แปลนห้องถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ ไม่เสียพื้นที่
สิ่งอำนวยความสะดวก
7.8
สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และสามารถใช้งานได้จริง
ความคุ้มค่ากับราคา
7.5
โครงการระดับ Super Economy เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
คะแนนรวมเฉลี่ย
7.7
ดี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานใหญ่ : 02-332-5525
สำนักงานขาย : 02-397-0244-6
WEBSITE : http://www.esccondo.com/
แสดงความคิดเห็น