สำหรับขาแดนซ์ ชาวปาร์ตี้ สิ่งที่จะกระตุ้นอารมณ์ให้คึกคักสนุกสนานนอกเหนือจากเสียงดนตรีแล้วนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องดื่มที่แอลกอฮอล์ แต่จะกินดื่มกันทั้งทีก็ต้องดูแลสุขภาพกันด้วย ซึ่งหากยังชวกันแบบไม่ลืมหูลืมตาก็เป็นตรายถึงชีวิตได้เลย เพราะยังมึความลับเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อีกมากที่หลายคนยังไม่ รู้ ฉะนั้นเราเลยรวบรวมมาให้ได้อ่านกันดังนี้
1. เหล้าผสมไดเอทโค้ก (Diet Coke) หรือ น้ำอัดลมแคลอรี่ต่ำ
ได เอทโค้ก (Diet Coke) หรือ เครื่องดื่มน้ำอัดลมแคลอรี่ต่ำ เป็นเครื่องดื่มที่ผสมด้วยสารให้ความหวานเทียม สำหรับคนที่กลัวอ้วนโดยเฉพาะ แต่มีผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์เทิร์นเคนตักกี้ (Northern Kentucky University)
พบว่า คนที่ดื่มสุราอย่างหนัก พร้อมกับผสมด้วยเครื่องดื่มน้ำอัดลมแคลอรี่ต่ำ จะพบปริมาณความเข้มข้นของแอลกอฮอล์อยู่ในระดับที่สูงกว่าคนที่ดื่มสุราโดย ไม่ผสมเครื่องดื่มเหล่านี้เลย 18 เปอร์เซนต์ และยังพบอีกว่า ผู้ที่ดื่มสุราผสมเครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
แม้ว่าจะเป็นเครื่องดื่มผสมสารให้ความหวานเทียมก็ตาม ผู้ที่ดื่มในปริมาณมากจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าและมากกว่าคนไม่ ดื่มถึง 57 เปอร์เซนต์
2. เครื่องดื่มชูกำลัง / ว๊อดก้า
คาเฟอีนปริมาณสูงในเครื่องดื่มชูกำลัง มีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่จำนวนมาก ซึ่งเป็นสารที่ไปกระตุ้นการเต้นของหัวใจ และกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่ง่วงเหงาหาวนอน และรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
ปัจจุบัน มีสูตรเครื่องดื่มที่ฮิตในหมู่วัยรุ่น คือ เอาเหล้าว๊อดก้ามาผสมกับเครื่องดื่มชูกำลัง โดยอ้างว่าจะช่วยให้มีพลัง ตาค้างทั้งคืน และช่วยแก้อาการแฮงค์ได้ แต่จริงๆ แล้วเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นอันตรายมาก
เนื่องจาก ฤทธิ์ที่ขัดแย้งกันของแอลกอฮอล์ที่ออกยับยั้งประสาทตรงข้ามกับฤทธิ์กระตุ้น ประสาทจากคาเฟอีนในเครื่องดื่มชูกำลัง ทำให้ผู้ดื่มมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดในสมองแตก หรือระบบประสาททำงานผิดปกติ เพราะมันจะไปทำลายสมองโดยตรงแม้ตะตาสว่าง แต่สมองดับไปแล้ว มีสภาพเหมือนผีดิบนานวันเข้าจะพาลสมองเสื่อมได้
6. ยากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“ดื่มเหล้าแล้วไม่ควรกินยา” ยาทุกชนิดมีส่วนในการที่รักษาโรค แล้วก็มีสารพิษด้วย ถ้ากินยาหลังจากที่ได้ดื่มเหล้า แอลกอฮอล์ก็จะทำให้ผลแทรกซ้อนของยาแรงขึ้น และขยายบทบาทความเป็นพิษของยาด้วย
ยกตัวอย่าง กินยาระงับท้องเสียในกรณีที่แอลกอฮอล์ในท้องยังไม่ย่อยสลายหมด ก็จะเกิดอาการจังหวะหัวใจเต้นผิดปกติและความดันโลหิตสูงขึ้น กินยานอนหลับ ยารักษาโรคภูมิแพ้หรือยาลดความดันโลหิตหลังจากที่ได้ดื่มเหล้า
ผล การยับยั้งสมองของยาจะขยายขึ้น บทบาทการรักษาโรคของยาเหล่านี้ก็จะแรงขึ้น มีความเป็นไปได้ที่จะเกินความอดทนของร่างกายจนเป็นอันตรายต่อผู้กินยา คุณหมอเน้นพิเศษว่า คนชราหรือคนที่สุขภาพอ่อนแอที่มีโรคเรื้อรังของหัวใจ ตับและไตนั้น ควรหลีกเลี่ยงการกินยาหลังดื่มเหล้าอย่างยิ่ง
คนทั่วไป ทราบกันอยู่แล้วว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลต่อการถูกทำลายของตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญอย่างยิ่งภายในร่างกายของคนเรา โดยเฉพาะเมื่อมีการวิจัยชิ้นใหม่ออกมาพบว่าการบรรจุของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในกระป๋องเป็นประจำจะทำให้เกิดเป็นโรคไขมันพอกตับซึ่งเป็นอันตรายยิ่งกว่า
โดยให้เหตุผลว่า เครื่องดื่มบรรจุกระป๋องเหล่านี้มีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่จำนวนมากซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคดังกล่าว คำแนะนำของผู้ศึกษาเรื่องนี้ คือ นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอล อธิบายว่า เครื่องดื่มบรรจุกระป๋องอย่าง น้ำผลไม้กระป๋องจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันพอกตับ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มถึง 5 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำจะเสี่ยงต่อการถูกทำลายของตับพอๆ กับการป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจเลยทีเดียว ในกรณีที่ได้ดื่มถึง 2 กระป๋องต่อวันจะทำให้มีโอกาสเป็นโรคไขมันพอกตับถึง 80 เปอร์เซนต์ แต่ผู้ที่ไม่ได้ดื่มโอกาสเสี่ยงเหลือเพียง 17 เปอร์เซนต์ เท่านั้น
9. ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว
คนที่เชื่อตาม คำบอกเล่าของคนอื่นผนวกกับความรู้สึกของตัวเองว่า ร่างกายดูเหมือนจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป แต่ก็มีงานวิจัยหลายต่อหลายการวิจัยที่มีออกมาในรอบหลายปีที่ผ่านมายังยืนยันตรงกันว่า แอลกอฮอล์ที่ใครหลายคนยกย่องให้เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสมที่สุดกับสภาวะอากาศหนาวนั้น แท้จริงแล้วเพียงแค่ทำให้ผู้ดื่มแค่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ผิวกายเท่านั้น
แต่ที่ไม่รู้สึกตัวกันก็คืออุณหภูมิที่ลดต่ำลงภายในแกนกลางร่างกายแอลกอฮอล์ จึงไม่ใช่วิธีที่ดีที่จะทำให้ร่างกายรู้สึก “อุ่น” แต่กลับทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง โดยเพิ่มอุณหภูมิ (เล็กน้อย) ที่ผิวหนัง (ดูได้จากการหน้าแดง ดูมีเลือดฝาด) สุดท้ายอาจเกิดภาวะ Hypothermia ได้ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะภายในร่างกายและหากรุนแรงก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก becteroradio.com
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " 9 สูตรชงเหล้าต้องห้าม อันตรายถึงชีวิต! "