LTF ซื้ออย่างไร ลดหย่อนภาษีโค้งสุดท้าย..แบบคนรู้จริง!
วิธีซื้อ LTF กองทุนตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด พร้อมเรื่องสำคัญที่ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อนซื้อ
ลดหย่อนภาษีด้วยวิธีการซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว ทั้งช่วยเก็บออมเงิน และประหยัดภาษี ยิ่งช่วงไหนกระดานหุ้นขึ้นตัวแดง ๆ ยิ่งเป็นโอกาสทองของการซื้อ LTF ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากเกินความเข้าใจถึงจะเป็นมือใหม่ก็ทำตามที่กระปุกดอทคอมแนะนำได้เลย
ใครควรซื้อ LTF ?
คนที่ควรมองกองทุนนี้เป็นตัวเลือกลดหย่อนภาษีก็คือคนที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่เสียภาษีเงินได้ประจำปีค่ะ ซึ่งแอบกระซิบบอกให้รู้ว่า คนที่มีฐานภาษีสูงจะได้ประโยชน์จากการซื้อ LTF มากกว่าคนที่มีฐานภาษีต่ำกว่า เช่น หากเราซื้อกองทุน LTF ที่ดัชนี 1,000 จุด และฐานภาษีอยู่ที่ 30% เท่ากับว่าต้นทุนในการซื้อกองทุนของเราจะเสมือนซื้อที่ดัชนี 700 จุด ในทางตรงกันข้าม หากฐานภาษีของเราอยู่ที่ 10% ต้นทุนในการซื้อกองทุนของเราจะเสมือนซื้อที่ดัชนี 900 จุด ดังนั้นคนที่มีรายได้สูง มีฐานภาษีสูง จะได้ประโยชน์จากกองทุน LTF มากกว่า
เงื่อนไข LTF ที่ต้องรู้และจำให้แม่น
LTF ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี เช่น มีเงินได้รวมทั้งปี 1,000,000 บาท จะสามารถลงทุนในกองทุนรวม LTF ได้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท x 15% = 150,000 บาท เพราะฉะนั้นต้องคำนวณรายได้ตัวเองดี ๆ ก่อนซื้อ ถ้าซื้อเกินสิทธิ เงินส่วนที่เกินจะนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีไม่ได้ แถมยังต้องถือต่อไปจนครบระยะเวลา (คืออย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน) เมื่อครบเวลา ถ้านำไปขายแล้วได้กำไร ก็ยังต้องนำกำไรที่ได้จากเงินส่วนที่ซื้อเกินสิทธินั้นมารวมเป็นรายได้ประจำปี แล้วยื่นเสียภาษีอีกต่อ ดูยุ่งยากไม่ใช่เล่น
ซื้อแล้วต้องถือครองไว้อย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน (หรือ 3 ปี 2 วัน) เช่น ซื้อ LTF ในวันที่ 30 ธันวาคม 2558 จะต้องถือไปจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 (วันที่ 1 เป็นวันหยุดราชการ ไม่สามารถซื้อ-ขายได้) จึงจะสามารถขายได้ ซึ่งเงื่อนไขการถือครองนี้สำหรับผู้ที่ซื้อ LTF ภายในปี 2559 เท่านั้น เพราะตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป กระทรวงการคลังได้กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่คือ หากซื้อ LTF จะต้องถือครองอย่างน้อย 7 ปี (หรือ 5 ปี 2 วัน)
หากเผลอขายหน่วยลงทุน LTF คืนก่อนวันที่กำหนด ต้องเสียภาษีย้อนหลังพร้อมดอกเบี้ย
ซื้อปีไหนได้รับการลดหย่อนภาษีในปีนั้น โดยไม่จำเป็นจะต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
กำไรที่ได้จากการขายหน่วยลงทุน ไม่ต้องเสียภาษี
LTF ซื้อช่วงไหนดี
หลายคนคิดว่าควรซื้อ LTF ตอนปลายปีที่โบนัสออก หรือรอให้ถึงช่วงโค้งสุดท้ายจริง ๆ แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของความคุ้มค่าของการลงทุน เราควรซื้อ LTF ในช่วงที่หุ้นปรับตัวลดลงหรือหุ้นตกจะดีที่สุดค่ะ เพราะเราจะได้ต้นทุนต่ำ หากถือต่อไปอีก 5 ปี ช่วงเวลานั้นหุ้นอาจจะขึ้นสูงไปอีก เราก็จะได้กำไรจากการขาย LTF มากขึ้นด้วย แต่ถ้าไปซื้อตอนปลายปีทีเดียวเหมือนคนอื่น ๆ ช่วงนั้นตลาดหุ้นอาจปรับตัวสูงขึ้น จากความนิยมที่คนมักซื้อกันในช่วงนั้น ก็จะทำให้ต้นทุนในการซื้อกองทุน LTF ของเราสูงขึ้นไปด้วย
แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลาติดตามเรื่องหุ้น เลยหาจังหวะเข้าซื้อไม่ถูก ก็แนะนำให้ทยอยซื้อแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) คือการเฉลี่ยต้นทุน เช่น เราอาจจะซื้อทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน โดยไม่สนว่าช่วงนั้นหุ้นจะขึ้นหรือลง ก็จะทำให้ต้นทุนเราออกมาเป็นค่าเฉลี่ยของทั้งปี ไม่ต้องมากะเก็งการขึ้น ๆ ลง ๆ ของราคาหุ้นให้เหนื่อย
3. ไปเปิดบัญชีกองทุน
เมื่อพร้อมแล้วก็ได้เวลาไปเปิดบัญชีกองทุน โดยสามารถไปติดต่อที่ บลจ. หรือธนาคารที่เป็นผู้ดูแลกองทุนนั้นได้เลย ถ้าเป็นธนาคารก็สะดวกหน่อย เพราะเปิดบัญชีที่สาขาใดก็ได้ และสำหรับการเปิดบัญชีครั้งแรก ยังต้องกรอกเอกสารเหล่านี้เพิ่มเติมด้วย
ใบคำขอเปิดบัญชีกองทุน
บัตรลายมือชื่อ
ใบคำขอใช้บริการธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต แนะนำให้เปิดใช้บริการนี้ไปด้วย เพราะครั้งต่อไปเมื่อเราจะซื้อ-ขายหน่วยลงทุน เราจะสามารถทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตได้เลย ไม่ต้องเดินทางไปที่ บลจ. หรือธนาคารให้เสียเวลา
หนังสือขอให้หักบัญชีเงินฝาก กรณีที่เราต้องการชำระเงินด้วยการหักจากบัญชีธนาคาร หากเป็นธนาคารเดียวกับกองทุนที่เราซื้อ อาจจะใช้เวลาอนุมัติไม่นาน แต่หากเป็นคนละธนาคารกับกองทุนที่เราซื้อ อาจใช้ระยะเวลาอนุมัติราว ๆ 2-4 สัปดาห์
แบบประเมินความเสี่ยงในการลงทุน
FATCA (Foreign Account Tax Compliance Act) แบบแจ้งสถานะความเป็นบุคคลอเมริกัน/ไม่เป็นบุคคลอเมริกัน
เอกสารอื่น ๆ (ขึ้นอยู่กับแต่ละ บลจ.)
หรือหากใครไม่สะดวกไปกรอกหรือยื่นเอกสารที่ บลจ. หรือธนาคาร ก็เตรียมเอกสารข้างต้นทั้งหมดให้พร้อม (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ของ บลจ.) แล้วส่งไปรษณีย์ไปยัง บลจ. ได้อีกช่องทางหนึ่งค่ะ
4. ซื้อกองทุน
เมื่อเปิดบัญชีแล้ว เราสามารถซื้อกองทุนได้เลย โดยกรอกข้อมูลลงในใบคำขอซื้อ ก็จะได้สมุดบัญชีกองทุนมาอีก 1 เล่ม แต่หากใครยังไม่อยากซื้อกองทุนในวันนั้น ก็สามารถไปเปิดบัญชีกองทุนไว้ก่อน แล้วค่อยมาซื้อภายหลังได้เหมือนกันค่ะ ยิ่งถ้าเปิดบริการทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตไว้แล้ว เมื่อได้รับ Username และ Password มาแล้ว ก็สามารถคลิกเข้าไปซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แล้วชำระเงินผ่านการหักบัญชีธนาคาร
ทั้งนี้อย่าลืมตรวจสอบนะคะว่า กองทุนที่เราจะซื้อนั้น มีกำหนดขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรกและครั้งต่อ ๆ ไปไว้เท่าไร เช่น บางกองทุนอาจกำหนดให้ซื้อหน่วยลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 2,000 บาท ส่วนครั้งต่อ ๆ ไปซื้อได้ขั้นต่ำ 1,000 บาท ดังนั้นถ้าเราจะซื้อครั้งแรกก็ต้องซื้อไว้ก่อนอย่างน้อย 2,000 บาท และถ้าเดือนหน้าเกิดอยากจะซื้อกองทุนตัวนี้อีก ก็สามารถซื้อขั้นต่ำได้ที่ 1,000 บาท
สำหรับใครที่อยากจะซื้อกองทุน LTF หลาย ๆ กองทุน หรือหลาย ๆ บลจ. ไว้กระจายความเสี่ยงในการลงทุนก็เป็นวิธีที่ดี แต่จำนวนเงินที่ซื้อรวมกันทุกกองทุนจะต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ทั้งปีค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Kapook.com
สนใจลงโฆษณากับทาง Homenayoo ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณวันเฉลิม 086-1290293
ทางเราเป็นเว็บไซต์ให้ข้อมูล ไม่ใช่เจ้าของโครงการนะครับ
แสดงความคิดเห็น